ผู้จัดการสุดสัปดาห์ – ปี่กลองเลือกตั้งเริ่มบรรเลงดังขึ้นเป็นระยะ ตามเทอมรัฐบาลที่จะครบในช่วงเดือนมีนาคม 2566 แต่การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันช่วงก่อนหมดสมัยก็เป็นได้
ทำให้หลายพรรคการเมืองเริ่มขยับเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งล่วงหน้า หลายพรรคทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เพื่อจับจองตัวดี-ตัวเด่นในแต่ละพื้นที่ไว้ก่อน
ไม่เว้นแม้แต่ พรรคเพื่อไทย พรรคใหญ่เบอร์ต้นของประเทศ ที่ล่าสุดคะแนนนิยมของพรรคขึ้นเป็นอันดับ 1 ของผลสำรวจนิด้าโพล เช่นเดียวกับรายของ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่มีการกะเก็งกันว่า จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็ได้รับคะแนนนิยมมาเป็นที่ 1 ในฐานะบุคคลที่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ
เมื่อกระแสเป็นใจตามเป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน พรรคเพื่อไทยก็เลยเร่งจังหวะคิกออฟเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. โดยเลือกที่พื้นที่อิทธิพลอย่างภาคเหนือ มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด จำนวน 30 เขตจากทั้งหมด 36 เขต เว้นว่างไว้ในบางพื้นที่ที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
เอาเข้าจริงต้องถือว่า พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 แบบกลายๆ ได้เช่นกัน เพราะยึดที่นั่ง ส.ส.ได้เกือบทั้งหมด แถมรอบนี้ยังมีที่นั่ง ส.ส.ให้ชิงชัยเพิ่มเติมจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขยายจากเดิม 350 เขต เป็น 400 เขตทั่วประเทศ
โดยในส่วนของภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด เดิมมี 31 เขต ก็เพิ่มมาเป็น 36 เขต
ภาพรวมของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด โดยมากแล้วเป็น ส.ส.เจ้าของพื้นที่ปัจจุบัน แต่ก็มีหลายพื้นที่ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย และส่งกลิ่นแปร่งๆไม่น้อย
ไล่ตั้งแต่ เมืองหลวงเพื่อไทย บ้านเกิดตระกูลชินวัตร ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ “เสี่ยท็อป” นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ปัจจุบันเป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 อ.สันกำแพง-แม่ออน-ดอยสะเก็ด ได้สลับมาลงที่เขต 1 อ.เมืองเชียงใหม่ แทนที่ “เจ๊กุ้ง” น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ที่ถูกโยกให้ไปลงที่เขต 3 แทน
โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวพรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลในการสลับเขตว่า “เพราะเราต้องการ ส.ส.ทั้ง 2 เขต และต้องการเชียงใหม่ทั้งจังหวัด จึงต้องเลือกคนที่เข้มแข็ง มีศักยภาพที่สุด โดยมีเรื่องของบุคลิก ความรู้ความสามารถของ จักรพล มาช่วยตัดสินใจ และเพื่อการลดภาระของ ทัศนีย์ ด้วย ทั้งยังเชื่อมั่นว่าประชาชนในเขต 3 จะให้ความรักแก่ ทัศนีย์ เช่นกัน”
ใช้ภาพคนรุ่นใหม่เพื่อรักพื้นที่เขตเมือง ที่มีคู่แข่งที่น่ากลัวเป็น “ค่ายก้าวไกล” ที่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่มีคะแนนในเขตเมืองแต่ละจังหวัดในระดับไม่ธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่รู้กันว่า ทัศนีย์ ที่มีศักดิ์เป็นหลานของ “นายกฯโต๊ะ” นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้หนึ่งที่ถูก “หมายหัว” จากทางพรรคมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เนื่องจากมองว่า บุญเลิศ เอนเอียงไปทางสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ จากนั้นยังลงสมัครสมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ แข่งกับทีมของพรรค สุดท้ายเป็น บุญเลิศ อดีตเจ้าของตำแหน่งที่พ่ายแพ้ไป
ขณะที่ จักรพล พื้นเพครอบครัวทำธุรกิจในเขตเมือง และมองว่า อ.สันกำแพง แม้เป็นบ้านเกิดของตระกูลชินวัตร แต่ก็เป็นเขตที่อาจถูก “เจ้าของพื้นที่” ทวงคืนได้ตลอดเวลา ที่ผ่านมาจึงพยายามเดินเกมเข้าหา “ผู้ใหญ่” ขอขยับมาลงที่เขต 1 มาโดยตลอด ซึ่งก็ประสบความสำเร็จในที่สุด
รูปการณ์เช่นนี้ ก็มีคำถามว่า ใจของ ทัศนีย์ จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่ เพราะก่อนนี้ก็มีปัญหาระหองระแหงกันมา
ต่อไปที่เขต 5 อ.กัลยาณิวัฒนา-สะเมิง-แม่ริม-แม่แตง เจ้าของพื้นที่เป็น “เฮียพงษ์” นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรค ที่งวดหน้าคาดว่า จะถูกขยับให้ไปขึ้นปาร์ตี้ลิสต์ในฐานะผู้อาวุโส หลังจากที่รอบที่แล้วจับพลัดจับผลูได้มาลงเขต เพราะ “เสี่ยป้ำ” นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ลูกชายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ต้องโทษจำคุกคดีทุจริตจำนำข้าว ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ในช่วงโค้งสุดท้าย
โดยจะโยก “เสี่ยหนิม” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ลูกชายของสมพงษ์ ที่เดิมเป็น ส.ส.เขต 6 อ.เชียงดาว-เวียงแหง-ไชยปราการ มาลงเขตของผู้เป็นพ่อ เปิดทางให้ นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนแรก ก่อนจะถูกเทคโอเวอร์ ไปลงสมัครที่เขต 6 แทน
ถัดมาที่ จ.เชียงราย น่าสนใจที่เขต 1 ที่ได้ดึง “ผู้กองต้นน้ำ” ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี มาลงสมัคร โดย ร.ต.อ.ธนรัช ลูกชายคนโตของ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และ นางรัตนา จงสุทธานามณี อดีตนายก อบจ.เชียงราย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชารัฐ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 โดยขณะนี้นางรัตนาเองก็ยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลปัจจุบันอยู่
แน่นอนว่า การที่พรรคเพื่อไทยดึงตระกูลจงสุทธานามณี กลับมาร่วมงาน ย่อมเสิมความแข็งแกร่งให้กับพื้นที่เชียงราย หลังจากงวดก่อนถูก พรรคอนาคตใหม่ขณะนั้น เจาะไปได้ถึง 2 เขตด้วย แต่ก็มีคำถามว่า การดึงคนที่เคยร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐกลับมา จะทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำภายในพรรค เหมือนอย่างที่เคยเกิดกับ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่เปิดตัวร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้ไม่ถึงวันก็ต้องถอนตัวไปหรือไม่
ที่ “เมืองม้า” จ.ลำปาง เตะตาที่ชื่อ นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต ส.ส.หลายสมัย วัย 85 ปี ที่จับจองลงสมัครที่เขต 4 ทั้งที่เมื่อครั้งที่ นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ที่เป็นลูกชายของพินิจเสียชีวิต จนต้องมีการเลือกตั้งซ่อม ก็เป็น พินิจ ที่พรรคเพื่อไทยวางตัวให้ลงสมัคร แต่เกิด “เบี้ยว” ไม่ไปสมัครตามนัด จนเสียพื้นที่ไปให้พรรคพลังประชารัฐ
วันนั้น พินิจ ถูกตราหน้าว่า “ล้มมวย” จนมองหน้ากันไม่ติด แต่กลับมามีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง ในครั้งนี้
ส่วนที่ จ.แพร่ รอบหน้าได้เพิ่มที่นั่งจาก 2 เป็น 3 เขต หลังการเลือกตั้งครั้งก่อนเกิด “ผิดคิว” กรณีพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัคร และต้องเทเสียงให้พรรคอนาคตใหม่ขณะนั้นยึดไปได้ทั้ง 2 เขต ครั้งนี้ก็ต้องมาทวงคืน โดยส่งเบอร์ใหญ่ทั้ง เขต 1 “หมอทศ” นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และเขต 2 “เสี่ยแมว” นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส่วนเขต 3 ยังอยู่ระหว่างการวางตัว
ที่มีคำถามไม่น้อย คงเป็นที่ จ.พะเยา ที่ผลการเลือกตั้งครั้งก่อน ต้องถือว่าพรรคเพื่อไทยถูกลูบคม เมื่อ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นำทัพพรรคพลังประชารัฐ เจาะไปได้ถึง 2 เขต คือ เขต 1 ที่ ธรรมนัส ชนะ “เจ๊หน่อง” อรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.หลายสมัย ขาดลอย กับเขต 3 ที่ นายจีรเดช ศรีวิราช ผู้มีศักดิ์พี่เขยของ ธรรมนัส เอาชนะ ไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.ไปได้เช่นกัน
เว้นไว้เพียงเขต 2 ที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังเหนียวแน่นรักษาพื้นที่ไว้ได้
ทว่า รอบนี้แทนที่พรรคเพื่อไทยจะจัดหนักทวงพื้นที่คืน แต่กลับทำเหมือนสู้ไม่เต็มที่ โดยส่งหน้าใหม่อย่าง พล.ต.ต.ธรรมนูญ มั่นคง ลงที่เขต 2 และนายอำนาจ วิชัย ลงที่เขต 3 และเว้นว่างเขต 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ของ ธรรมนัส ไว้
ที่สำคัญยังไร้ชื่อ วิสุทธิ์ ที่เป็น ส.ส.พื้นที่อย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีกระแสข่าวว่า วิสุทธิ์ ยืนยันที่จะลงเขตเช่นเดิม แต่ถูกเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้ไปขึ้นบัญชีรายชื่อ พร้อมมอบหมายให้ไปดูพื้นที่ภาคใต้แบบงงๆ
ทำไปทำมา เมืองพะเยา ถิ่นผู้กอง กลับไม่ใช่พิกัดในเป้าหมายแลนด์สไลด์ หรือมีรายการ “รู้กัน” เปิดทางโล่งให้ ธรรมนัส ที่วันนี้เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และว่ากันว่าเป็นพันธมิตรในทางลับกับ “นายใหญ่ดูไบ” ยึดพื้นที่สบายๆอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนของภาคเหนือที่ว่าไปเป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะแว่วว่า การวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ของพรรคเพื่อไทยบันเทิงกว่านี้เยอะ.